-
อธิษฐานจิต-เริ่มก่อสร้างวัด
|
|
-
อยู่ต่อไปอาตมาก็กลับจากกรุงเทพฯ
มาพักอยู่ที่ผู้ใหญ่พาถวายที่ดินจะสร้างวัด มาพักอยู่กับโคนต้นไม้
พอถึงตอนกลางคืนไหว้พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็อธิษฐานดูในการก่อสร้างวัดที่นี้จะเสร็จโดยปรารถนาหรือไม่
คำอธิษฐานสร้างวัดว่า
ข้าพเจ้าจะขอระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า
คุณพระธรรมเจ้า คุณพระอริยสงฆ์เจ้า
คุณบิดามารดา
คุณครูบาอาจารย์ทั้งหมด
คุณพระภูมิเจ้าที่แม่นางธรณีผู้มีบารมีแก่กล้า และเทวบุตรเทวดาพระอินทร์พระพรหม
และหมู่เทพทั้งหลายที่มีแต่วิญญาณแต่ชั้นต่ำ ชั้นกลาง
ชั้นสูงสุด
ในสถานที่นี้ก็ดี ถ้าข้าพเจ้าจะสร้างวัดที่นี้จะสำเร็จงอกงามในพระพุทธศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถาวรสืบๆ
ต่อไปแล้ว
ขอให้เกิดนิมิตฝันเป็นดี
ถ้าไม่สำเร็จให้ฝันเป็นร้าย
พออธิษฐานแล้ว อาตมาก็นอนจำวัดต่อไป
พอถึงจวนจะรุ่งสว่างก็ฝันเห็นลมหมู่ใหญ่
มืดหมดจักรวาลโลกมนุษย์ของเรา
แต่ลมอีกหมู่หนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกมี
3
สีเป็นสายรุ้งพัดเลื่อนๆ
ขึ้นไปทางทิศเหนือสูงมาก
แต่ลมหมู่ใหญ่ที่มืดมิดคลุมที่วัดอยู่นั้นอยู่แต่รอบๆ
เขตที่ของวัด
อาตมาในฝันนั้นกำลังก่อสร้างศาลาหลังใหญ่มาก กำลังทำอยู่อาตมาเห็นลมหมู่ใหญ่มาเช่นนั้น
ก็กลัวว่าศาลาจะโค่นพังลง
อาตมาจึงได้บอกสามเณรให้เอาไม้มาค้ำเสาศาลาไว้ แต่ก็ไปเอาไม้ไผ่ขี้เตียกประมาณเท่านิ้วมือเรานี้เองมาค้ำเสาศาลาไว้
ลมหมู่ใหญ่ที่พัดมาแรงมากมืดไปหมดแต่ศาลาก็ไม่หักไม่โค่นแต่อย่างใดยังดีอยู่อย่างเดิม
อาตมาก็เดินออกจากที่นั้นเดินไปในเขตที่ดินวัดทางทิศใต้
ไปยืนอยู่ที่นั้นไม่มีลมแต่อย่างใด
ร่างกายก็ใสสะอาดเหมือนสีทองคำ
มีแสงสว่างพุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มองดูข้างหลังมีเด็กหญิงผู้หนึ่งยืนอยู่ห่างๆ
ประมาณ 10 วา
ใส่เสื้อขาวผ้าถุงสีน้ำเงิน
อาตมาตื่นขึ้นจวนสว่างรุ่งอรุณ
อาตมาถึงได้พิจารณาดูตามนิมิตฝันของตนเอง
ดูว่าโลกจักรวาลนี้มันมีอิฏฐีรมณ์-อนิฏฐีรมณ์ ลมของโลกแต่แสงสีสว่าง
3 สีนั้นเป็นรัตนแก้วสามประการแปลว่า
พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ
พระอริยสงฆ์รัตนะ
ที่อาตมาเดินไปทางทิศใต้นั้นได้แก่ความวางเฉยต่ออิฏฐีรมณ์
ในความนินทาสรรเสริญของโลกนั้นเอง
ขอให้เรามีสมาธิความถือใจมั่นไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรมแปดประการก็แล้วกัน
ลมแปดทิศนี้มาพัดต้องเราไม่หวั่นไหวแต่อย่างใด
กายเราถึงผ่องใสเหมือนทองคำ
เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังนั้นคงจะเป็นอุบาสิกามาช่วยเราทำกิจทางพุทธศาสนาให้บรรลุล่วงไป
สามเณรที่เอาไม้ไผ่ขี้เตียกเล็กเท่านิ้วมือไปค้ำเสาศาลาไว้นั้น
คงจะมีอุบาสกมาช่วยทำกิจวัตรในทางพุทธศาสนาให้บรรลุล่วงไปด้วยดีฯ
|
|
-
ต่อไปอาตมาก็เดินทางไปกรุงเทพฯ
ไปหาญาติโยมยานุศิษย์เพื่อปรึกษาจัดการเรื่องการวางศิลาฤกษ์และวางอาถรรพณ์วัดทั้งแปดทิศ
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่มนุษย์และเทวดาอินทร์พรหมวิญญาณต่างๆ
จะได้มาเคารพบูชาพระรัตนตรัยในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
เพราะวางวัตถุมงคลไว้ให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามแต่ผู้ที่เคารพบริจาคบูชาไว้ให้อธิษฐานเอาเอง
ก็จะสมความปรารถนาของตนเองไม่มากก็น้อย
เพราะเป็นสถานที่มีวัตถุอาถรรพณ์ด้วยทรัพย์ที่มนุษย์นับถือว่าเป็นสิ่งอันยิ่งๆ
สิ่งเหล่านั้นแหละเอามาฝังไว้ใต้ดิน
ประดิษฐานให้เป็นวัดสืบต่อพุทธศาสนาเป็นสถานบำเพ็ญสมณะธรรม
จะเกิดผลดีแก่ผู้ปฏิบัติทั้งหลายในทางโลกและทางธรรม
อาตมากล่าวให้ญาติโยมยานุศิษย์ฟังแล้วทั้งหมดก็ยินดีมีจิตศรัทธากระทำตาม
อาตมาก็นำญาติโยมยานุศิษย์ไปดูที่ดินที่โยมผู้ใหญ่พานำถวาย
ไปกันหลายสิบคน
(ในวันสงกรานต์พ.ศ.
2512)
พอมาถึงที่แล้วเห็นญาติโยมทางหมู่บ้านผู้มีจิตศรัทธาสร้างศาลาขึ้นไว้
1 หลังกว้าง 3
เมตร ยาว 4
เมตรไม่มีฝากั้น
อาตมาก็บอกศรัทธาแก่ญาติโยมยานุศิษย์ที่ติดตามอาตมาไปจากกรุงเทพฯ
ว่าโยมผู้มีจิตศรัทธาสมควรบริจาคกัน
ไปซื้อไม้ซื้อสังกะสีมาต่อขยายศาลาให้กว้างขึ้นอีกหน่อย
พอที่จะทำบุญบริจาคทานพอได้มีที่นั่งที่อาศัยกันแดดกันลมกันฝน
ให้แก่พระภิกษุ-สามเณร-ชี-พราหมณ์
ให้เป็นที่อยู่ที่อาศัยพอจำพรรษาในปีนี้ด้วย ญาติโยมยานุศิษย์เหล่านั้นก็มีจิตศรัทธาบริจาคปัจจัยกันผู้ละเล็กละน้อยรวมๆ
กัน
ก็เป็นปัจจัยหลายพันบาท
อาตมาก็พาญาติโยมยานุศิษย์ไปซื้อไม้และสังกะสีตะปูในวันนั้น
จากตลาดประจันตคามแล้วก็กลับมาช่วยกันทำในวันนั้นก็เสร็จพอได้ขึ้นอยู่อาศัยกันในคืนนั้นฯ
|
|
-
รุ่งเช้าวันต่อมาก็ทำการขยายต่อๆ
ไปอีก พออยู่จำพรรษาได้มีศาลาทำด้วยไม้หนึ่งหลัง
มีห้องส้วมหนึ่งหลังสองห้องทำด้วยอิฐแดงฉาบด้วยปูนซีเมนต์
พอถึงตอนเย็นสวดมนต์ไหว้พระจบแล้ว
อาตมาก็อธิฐานโดยสัจจะธรรมขอบารมีแด่พระพุทธ
พระธรรม
พระอริยสงฆ์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ
พระองค์ที่ได้ตรัสรู้แล้วก็ดีที่จะมาตรัสรู้ข้างหน้าอีกก็ดีด้วยคุณบารมีพระศรีอริยเมตไตรย์ก็ดี
ข้าพเจ้าจะขอสร้างสำนักวัดที่นี้ตามพุทธบัญญัติในศีลสิกขาบทจะไม่ล่วงเกินคือ
การละเล่นเต้นรำขับร้องดนตรีโขนหนังต่างๆ
ที่ท่านผู้เข้าใจผิดว่าหาเงินทองเข้าวัดสร้างวัดสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่กุศล
ข้าพเจ้าไม่ให้มีมาเล่นในวัดนี้เป็นอันขาด
มีงานประจำปีก็จะมีแต่นักบวชชายหญิงให้มาสร้างบารมี
บำเพ็ญสมณะธรรม
7 วัน 7
คืนตามอัธยาศัยของนักบวช
พราหมโณ-พราหมณี
ตามศรัทธามากน้อยไม่จำกัด
ถ้าไม่มีมาสร้างบารมีกันแล้วเอาแค่สามโยมก็เอาก็พอใจ
ผู้ท่านมาจากรุกขเทวดาก็ดีมาจากเทพก็ดี
มาจากสวรรค์ชั้นพรหมต่างๆ
ที่มาเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในโลกจักรวาลนี้แล้วอยู่ในสานุทิศใดๆ
ก็ดี
ให้มาร่วมก่อสร้างบุญบารมีด้วยกัน
ผู้ที่ไม่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาในการก่อสร้างบุญบารมีขออย่าให้มาเลยให้ไปเสียให้ห่างไกล
ถ้าศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหมดไปแล้วสิ้นไปแล้ว
ก็ขออย่าให้ข้าพเจ้าก่อสร้างอย่าให้เสร็จ
ขอให้ข้าพเจ้าตายไปจากโลกนี้เสียดีกว่าอยู่
ถ้าอยู่ก็หาประโยชน์อันใดมิได้เลย
ขอสัจจะวาจาที่กล่าวมานี้จงมาเป็นมงคลแก่ท่านทั้งหลายทุกเมื่อเทอญฯ
|
|
-
ต่อไปอาตมาก็กล่าวบอกแก่เทวบุตรเทวดาพระอินทร์พระพรหม
และวิญญาณต่างๆ
ที่ยังมิได้มาเกิดปฏิสนธิอยู่สานุทิศใดใดก็ดี
ขอให้มาช่วยกันก่อสร้างบุญบารมีในทางพุทธศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ให้ถาวรสืบๆ
ต่อไป
ที่มีแต่วิญญาณแต่ชั้นต่ำ
ชั้นกลาง
ชั้นสูงสุดก็ให้มาช่วยกัน
อยู่ในสานุทิศจักรวาลใดใดก็ให้มาช่วยกันก่อสร้างบารมีร่วมกันให้ทั่วถึงกันทุกๆ
ท่าน
ตลอดถึงครุฑนาคและคนธรรพ์
ทั้งท้าวเวชสุวรรณที่รักษามนุษย์และสัตว์ครึ่งเขาพระสุเมรุก็ดี
ให้ช่วยกันก่อสร้างรักษาพระพุทธศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถาวรสืบต่อไป
|
|
-
พออาตมากล่าวจบแล้ว
ต่อมาก็ถือตามสัจจะธรรมนั้นไม่ให้มีการละเล่นเต้นรำในสำนักวัดแต่อย่างใด
เพราะเป็นข้าศึกแก่นักบวชผู้บำเพ็ญสมณะธรรมชาย-หญิง
ที่ท่านมาสร้างบุญกุศลบารมีเพราะเป็นการเหยียบหยามลบหลู่ศีลและ
ธรรมขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าและทำลายศีล-สมาธิ-ปัญญา
ของพระพุทธองค์ให้ออกจากจิตใจของภิกษุ-สามเณร-ชี-พราหมณ์-อุบาสก-อุบาสิกากันไปทั้งหมด
ก็จะเหลือแต่ฝูงหมู่เปรตมันจะเข้ามาอยู่ในจิตใจของนักบวชชายหญิงทั้งหลาย
ทำให้เกิดความอยากเหมือนเปรตห้าร้อยจำพวกคอยล่อลวงไปตามการละเล่นเต้นรำของดูต่างๆ
เพื่อแสวงหาเอาทรัพย์เงินทองของประชาชนที่โง่งมงายอยู่ ผู้ไม่รู้บุญและบาปก็หลงไปตามๆ
กัน โดยไม่พิจารณาว่าอะไรเป็นอะไร
เขาว่าบุญก็ว่าบุญไปตามเขาอย่างนั้นเอง
เขาว่าบาปก็ว่าบาปไปตามเขาอย่างนั้นเอง
ท่านเหล่าใดหนอเป็นผู้เขตบุญเนื้อนาบุญ
ให้แนะนำญาติโยมอุบาสกอุบาสิกาสมณะชีพราหมณ์กันไว้บ้าง
เงินทองนั้นแหละทำให้คนหูหนวกตาบอดกันไปทั้งหมด
ศีลธรรมและประเพณีอันดีจะสูญหายไปหมด
ก็เพราะเงินกับทองนั้นเอง
ทางที่กล่าวมานี้เป็นทางอบายมุขอบายภูมิ
เงินทองที่ได้มาจากการปิดล้อมที่วัดเพื่อแสวงหาเอาทรัพย์ของผู้อื่นด้วยวิธีต่างๆ
นี้อย่างหนึ่ง
ใช้นโยบายชักชวนในหมู่ในคณะล่อลวงในการเพลิดเพลิน
เพื่อแสวงหาเอาทรัพย์ผู้อื่นด้วยการละเล่นเต้นรำ
ล่อลวงเพื่อให้ดูให้ชมด้วยดนตรีต่างๆ
เพื่อแสวงหาเอาทรัพย์ผู้อื่นในการยินยอมกันทั้งสองฝ่ายก็ตาม
เพื่อรายได้เข้าวัดเพื่อพัฒนาเหตุนี้ไม่สมผล
เพราะวัดเป็นสถานที่รวบรวมศีลและธรรมไว้
เพื่อรักษาจิตใจของผู้มีศรัทธา
เพื่อบำเพ็ญสมณะธรรมเพื่อปราศจากในการรบกวนด้วยเสียงต่างๆ
ที่เป็นข้าศึกแก่การก่อสร้างบารมีและกุศล
ของพระภิกษุ-สามเณร-ชี-พราหมณ์-อุบาสก-อุบาสิกา
ผู้จะมาบำเพ็ญบุญกุศล
เพราะเอาสถานที่สำนักวัดเป็นวิกเพื่อแสวงหาล่อลวงเอาทรัพย์ของผู้อื่นกันไปทั้งหมด
ปัจจัยที่ได้มาในทางที่ผิดนอกศีลและธรรมเหล่านี้เป็นอัปมงคลคือ
ได้มาโดยทางบาปนั้นเองฯ
|
|
-
จงพิจารณากันบ้างอย่าไปหลงมัวเมากันอยู่โดยไม่รู้ศีลและธรรม
อาตมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างสำนักวัดมาตามพุทธบัญัติไว้ในทางพุทธศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ลองดูมันจะทำไปได้หรือไม่
แม้แต่พิมพ์ฎีกาใบบอกบุญแก่ประชาชนทั้งหลายเพื่อแสวงหาปัจจัยมาก่อสร้าง
ก็ไม่เคยมีแต่อย่างใด
มีแต่งานถือบวชประจำปีในเดือน
4 ขึ้น 9
ค่ำเดือนไทยของเราทุกๆ
ปี
จนให้ตลอดพุทธศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่พระองค์ท่านได้วางศาสนาไว้
5000 ปี (ห้าพันปี)
ผู้ศรัทธาจะสร้างบุญกุศลบารมีในเนกขัมมะบารมีการถือออกบวชชาย-หญิงมีกำหนด
7 วัน 7 คืน
ไม่เลือกชั้นวรรณะ
ลัทธิภาษาใดก็ได้ตามศรัทธา
ส่วนอาหารการขบฉันให้ผู้จะมาเป็นผู้ถือบวชให้จัดเอามาเอง
จะฉันเจด้วยตนเองก็ได้
ในทาน-ศีล-ภาวนาตามพระพุทธเจ้าที่บัญญัติไว้ได้สร้างบารมีมา
ให้หมู่เราท่านชาย-หญิง
กระทำตามทางของท่านคงไม่ผิดหวังแต่อย่างใดฯ
|
|
-
อาตมาก่อสร้างอยู่
8 ปีเต็ม
พร้อมพระภิกษุ-สามเณร-ชี-พราหมณ์-อุบาสก-อุบาสิกา
ช่วยกันก่อสร้าง
สำนักวัดเขานันทาพาสุภาพ
บ้านทุ่งยาว
หมู่ที่ 16
ตำบลโพธิ์งาม
อำเภอประจันตคาม
จังหวัดปราจีนบุรี
การที่กล่าวมานี้อาตมาได้ทำมาแล้วก่อสร้างมาแล้วทั้งวิหาร-ศาลา-กุฏิ
มีการก่อสร้างหลายสิ่งหลายอย่างพออยู่พออาศัยแก่ผู้สนใจปฏิบัติที่บำเพ็ญสมณะธรรม
ถึงปีก็มีงานถือบวชทุกๆ
ปี
ที่อยู่ที่อาศัยนักบวชชาย-หญิงนั้นมีที่พักที่อาศัยเพียงพอตามอิริยาบถนักบวชเรา
อาตมาก่อสร้างด้วยศาสนาบารมีตามพระพุทธเจ้าที่ท่านได้ทำมาแล้วทุกๆ
พระองค์
ก็เกิดผลสำเร็จลุล่วงไปด้วยศรัทธาอธิษฐาน
ในทางพุทธศาสนาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็ได้ทันตาเห็น
ก็เกิดบุญเกิดกุศลแก่มนุษย์และสัตว์
เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมทั้งหลาย
ที่อาตมาได้กล่าวมาข้างต้นนั้นก็เกิดสมบูรณ์ขึ้นตามปฏิปทาโดยถูกต้อง
ผู้สนใจอยากไปดูไปชม
อยากไปสร้างบารมีในการถือบวชกี่วันก็ได้
ขอเชิญไปดูได้ผู้ท่านก่อสร้างด้วยศรัทธาบารมีเชิญไปชมได้เพื่ออนุโมทนาในบารมีของท่าน
ผู้ก่อสร้างโดยสัจจะธรรมเป็นผู้มั่นในศาสนา
พระรัตนตรัยที่ยึดเอาคุณพระพุทธ
พระธรรม
พระอริยสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งที่อาศัยอย่างแท้จริง
สิ่งอื่นจะยิ่งกว่าย่อมไม่มี
เชิญไปดูได้สำนักที่บำเพ็ญสมณะธรรม
ส่วนปัจจัยอุปกรณ์มาจากผู้มีศรัทธาจะสร้างบารมีกุศลโดยตรง
มาด้วยความบริจาคด้วยจิตใจของท่านผู้มีศรัทธาเอง
ไม่มีงานสมโภชที่นอกศีลและธรรมแต่อย่างใด
มีแต่แสดงธรรมอบรมสั่งสอนตามธรรมตามวินัยศีลสิกขาบทสมาธิกรรมฐานวิปัสสนา
ให้พิจารณาไปตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในทางมรรคผลนิพพานทานศีลภาวนาอานาปานุสสติให้ผู้ฟังได้เกิดปัญญา
จะได้รู้ในทางบุญและบาปตามนิสัยจิตใจของผู้ฟังด้วยบารมีในการฟังไม่มีอย่างอื่นๆ
ในทางกามารมณ์มาล่อลวงแต่อย่างใด
แต่เราไม่มีการหลอกลวงก็ยังไม่รู้ทางศีลและธรรมอยู่แล้ว
หูยิ่งหนวกตาก็ยิ่งบอดอยู่แล้วไปซ้ำเติมกันอีก
สมภารเจ้าวัดสงสารญาติโยมสามัญชนท่านบ้าง
ท่านอย่าหลงไปตามในทางเขาคิชกูฏ
ทางสายนั้นมิใช่ทางสวรรค์นิพพานนะท่าน
|
|