แก้ปัญหาอวิชชานั้นทำอย่างไร

 

                ต่อไปนี้เป็นธัมมะให้พิจารณาแก้ปัญหาอวิชชา  คือความมืดให้สว่าง  การพิจารณาในเหตุให้เกิดผลมิใช่ตัณหานะท่าน  ดูก่อนผู้ปฏิบัติทั้งหลายนักบวชชาย-หญิง  เธออย่าไปนึกคิดในสิ่งประกอบทุกข์ในหมู่เธอทั้งหลาย  พยายามนึกคิดในทางเพื่อจะละจากทุกข์นั้น ๆ แต่บัดนี้ไปถึงท้ายที่สุด  ให้เธอนึกคิดเป็นผู้ออกปราศจากกามที่มีอยู่ในตน  และผู้อื่นนั้นเสียให้สิ้นสุดไปให้จงได้  ความนึกคิดนี้เปรียบได้เหมือนไฟ  อาจนึกคิดเผาผลาญตนเองและผู้อื่น  ให้พินาศไปทั้งโลกจักรวาลนี้  ก็เพราะกามเป็นมูลเป็นเหตุให้เกิด  เพราะความนึกคิดและปิดปัญญาเธออยู่  ถึงไม่รู้เหตุผลของกามไปได้ว่าอะไรเป็นอะไรหารู้เท่าทันได้ไม่  กามเป็นเหตุแห่งทุกข์ของโลก  ให้นึกคิดละออกจากกามตัณหาสามโลกธรรมแปดประการนั้นเสียเถิด  จะเกิดผลสุขแก่ตนและผู้อื่นด้วยความนึกคิดนั้นเอง ฯ

 

               ดูก่อนท่านทั้งหลายกามนี้เป็นของคฤหัสถ์ผู้มีลูกมีหลาน  ผู้มีสามีภรรยาอยู่เป็นผู้ประกอบทุกข์  ท่านก็ต้องเป็นผู้ยินดีในกามนั้น ๆ  เธอก็พูดไปหรือนึกคิดไปตามกามนั้น ๆ ท่านนักบวชชาย-หญิงให้รู้ด้วย  เพราะว่ากามนี้มิใช่เป็นของนักบวชผู้ปฏิบัติแต่อย่างใด  เธออย่าไปถือว่าเป็นญาติเป็นมิตรเป็นสหายของท่าน  ให้ท่านว่ากามนี้มิใช่ของนักบวชแต่อย่างใด  เธอไม่สมควรเข้าไปคลุกคลีในหมู่เสพกามทั้งหลายเหล่านั้น  ให้ท่านรู้  ให้ท่านจำกันไว้บ้าง  ว่าอะไรเป็นอะไร  แม้แต่ธาตุสังขารกายเวทนาเราท่านที่อาศัยอยู่นี้ก็เป็นกาม  ถึงได้มีความเจ็บไข้ได้ป่วยกันอยู่ทุก ๆ วันนี้ว่าเป็นอย่างไร  ให้เห็นทุกข์ในกามเหล่านี้ด้วย  เราอย่าไปถือเราอย่าไปหลงเชื่อคำพูดของผู้หลงเสพกามอยู่  ผู้สะสมอยู่ผู้มีความกำหนัดอยู่  อย่าไปถือว่าท่านผู้นั้นท่านผู้นี้เป็นญาติเป็นมิตรของเรา  ว่าเป็นที่พึ่งอาศัยของเราในผู้เสพกามอยู่  กามคือกรรมเวรอันเป็นเหตุแห่งทุกข์นั่นเอง  เราอย่าไปเชื่อถือผู้หลงเสพกามอยู่  เพราะผู้หลงแล้วเขาจะพูดจะเกลี้ยกล่อม  ให้ท่านหลงไปเสพกามกับเขาด้วย  นักบวชชาย-หญิงให้รู้ในธรรมเหล่านี้ด้วย  ว่าเป็นไฉนว่ามันเป็นสุขให้รู้ซึ้งด้วยหมู่เรา  ท่านเป็นหงส์แล้วอย่าให้มันเปลี่ยนไปหากา  อย่าไปถือวาสนาชะตากรรมมันไม่ถูก  เราเป็นลูกพระพุทธ  พระธรรม  พระอริยสงฆ์แล้วให้เรามีความนึกคิด  เพื่อจะออกจากกามความกำหนัดนั้น ๆ  ให้ห่างไกลให้สิ้นสุดออกพ้นจากกามให้จงได้ ถ้าออกไปไม่ได้  ให้สังขารตายไปเสียดีกว่าอยู่  ถ้าเราอยู่ก็จะเป็นข้าทาสแห่งกามตัณหาสามโลกธรรมแปดประการอยู่เสมอ ๆ ไปร้อยกัปพันกัป  ทุกข์จนร้องไห้ไม่มีวาย  ตาย ๆ  เกิด ๆ  น้ำตาของเราท่านมากกว่าแม่น้ำมหาสมุทรอยู่แล้วทุก ๆ  วันนี้  นักบวชชาย-หญิงให้ท่านจงนึกคิดดูกันบ้าง  มันถึงจะรู้จริงหรือไม่  แต่สิ่งอื่น ๆ  หมู่ท่านก็ยังนึกรู้ยังคิดรู้ไม่ใช่หรือ  ธัมมะธัมโมบาลีไวยกรณ์ภาษาต่าง ๆ  ท่านก็ยังรู้กันได้ไม่ใช่หรือ  แล้วตัวของท่านเองทำไมไม่รู้กันเล่า  เราท่านมาปฏิสนธิร่างเกิดของมนุษย์ชาย-หญิงอยู่แล้ว  ก็นึกคิดให้มันรู้กันบ้างอะไรเป็นอะไร  อย่ากลายเป็นผู้โง่เกินไป   ให้ยอมตนเป็นผู้ฉลาดเสียบ้าง  ไม่ขาดทุนดอกท่านชาย-หญิง  เพราะเราขาดทุนเสียเปรียบในสิ่งอื่น ๆ กันมาหลายชาติแล้ว  ก็ยังทำกันได้  ก็ยังทำกันอยู่ได้ก็ยังนึกคิดกันอยู่ได้  เพราะเหตุอะไรให้นึกคิดพิจารณากันบ้าง  ในธาตุ-สังขาร-กาย-เวทนาของสัตว์มนุษย์ชาย-หญิง  เราท่านนี้เปรียบได้เหมือนกับเรือจ้าง  หมู่เราท่านเป็นแต่เพียงอาศัยข้ามฟาก  เพื่อให้ปราศจากภัยอันตรายเท่านั้น  นักบวชทั้งหลายให้พิจารณาอยู่เนือง ๆ  แม่น้ำสมุทัยนี้กว้างใหญ่ไพศาลมีสัตว์อสรพิษนานาชนิด  ที่คอยฉกกัดแทะกินเนื้อหนังโลหิตของหมู่เราท่านอยู่ตลอดเวลา  ทำให้เวทนาอยู่ทุกวันคืน  ผู้ไม่รู้ติดอยู่-หลงอยู่-วนเวียนอยู่ในความติดนั่นเอง  ความติดนี้มี 7 อย่างคือ  ติดทางตา  ติดทางหู  ติดทางจมูก  ติดทางปากกับลิ้น  ติดทางใจ  ติดกระทั่งลมหายใจเข้า-ออกโดยไม่รู้เหตุและผล  ว่าตัวติดอะไรกันบ้างแม้แต่จะเป็นนักบวชหรือผู้ปฏิบัติมานาน ๆ แล้วก็ตาม  ก็เป็นแต่เพียงผู้ฉลาดเท่านั้น  จะหามีเป็นผู้มีสติปัญญาก็หาได้ไม่  แล้วจะไปทางพระนิพพานนั้นได้อย่างไร  เพราะตนติดอยู่ในทางที่กล่าวมาทั้ง 7 ประการนั้นเอง  ไปถือว่าเรามีตามีหูมีจมูกมีลิ้นกับปากมีกายมีลมหายใจเข้า-ออกอยู่จะทำอย่างไรก็ได้  ผู้ฉลาดก็รู้แต่เพียงเท่านี้  ผู้ฉลาดหรือความฉลาดนี้ย่อมเอาเปรียบตนและผู้อื่นอยู่เสมอ ๆ ไปเท่านั้นเองเพราะตนหาปัญญามิได้  จะหาสิ่งใดเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัยของตนก็ไม่มี  คอยไปอาศัยผู้อื่นเขาอยู่เสมอๆ ไปโดยไม่เที่ยงโดยเป็นสิ่งประกอบทุกข์อยู่เสมอ ๆ  ไป  เพราะความโง่เขลาของตนนั้น  เรือที่จะข้ามฟากมหาสมุทัยนั้น  ก็คือสังขารร่างกายของท่านนั่นเอง  จะจมอยู่ในท้องมหาสมุทัย  ก็เพราะสังขารร่างกายของตนและผู้อื่นนั้นเอง  ท่านไปนึกคิดว่าเป็นที่พึ่งที่อาศัยของท่านอยู่  โดยไม่รู้สมุทัยเป็นเหตุแห่งทุกข์  ก็เลยติดทุกข์อยู่เพราะความไม่รู้นั้นเอง ฯ

 

               ขอให้ผู้ปฏิบัติชาย-หญิง  ให้รู้ทุกข์อย่างแท้จริงก็แล้วกัน  ทุกข์อันอื่นๆ ที่นอกกายของตนนั้น  เป็นทุกข์ไม่จริงเป็นทุกข์ด้วยอารมณ์ลม ๆ  แล้ง ๆ  เท่านั้น  เป็นทุกข์ไม่จริงเป็นทุกข์แบบคนโง่ ๆ เป็นผู้หาสติปัญญามิได้เท่านั้น  ทุกข์อย่างแท้จริงนั้นคือ ความเกิดเป็นทุกข์  ความแก่เป็นทุกข์  ความเจ็บเป็นทุกข์  ความตายเป็นทุกข์  ทุกข์เหล่านี้แหละท่านเรียกว่าเป็นทุกอย่างแท้จริง  ถ้าเกิดมาแล้วย่อมเป็นทุกอย่างแท้จริง  จะหาทางที่จะหลีกพ้นจากทุกข์เหล่านี้ย่อมไม่มีแต่อย่างใดนะท่าน  ท่านทั้งหลายจงมาหาทางที่จะไม่มาเกิดกันอีกเถิด  ความเวียนว่ายเกิดตายนั้นได้แก่ความนึกคิดติดอยู่ในอารมณ์นั้น ๆ  ตามแต่จริตของท่านเหล่านั้น  โดยไม่รู้ความเกิดแห่งทุกข์แต่อย่างใด  เพราะความเขลานั้นเอง  เมื่อเราเกิดมาแล้วให้รู้จักทุกข์กันบ้าง  ให้ละออกจากทุกข์  ให้เว้นออกจากทุกข์  ให้ปราศจากออกจากทุกข์กันไปเสียบ้าง  ทางพระพุทธเจ้ายังมีอยู่นะท่าน  ไปได้ทุกตัวตนไม่ว่าท่านชาย-หญิง  เป็นทางไม่กลับมาเกิดอีกต่อไปนะท่าน  ความเกิดนั้นได้แก่ความนึกคิดที่ตนติดอยู่นั้นเอง  บางท่านบวชแล้วเป็นภิกษุก็ดีเป็นชีก็ดี  อยู่ในผ้ากาสาวพัตร์ต่อไปไม่ได้ตลอดชีวิตสังขารของตน  ก็เพราะกาม  ที่ทำให้เกิดความโกรธเคืองคับแค้นใจของตนเสีย  ก็เลยกลายเป็นผู้โง่เขลาเสียเลยไม่มีทางออก  เลยไปนึกว่าวาสนาชะตากรรมตนมาถึงแล้วอยู่ไปอีกมิได้  ความนึกคิดเช่นนี้   เป็นความนึกคิดของผู้บ้ากามตัณหาสามโลกธรรมแปดประการ  เกิดความโง่เขลาของตนเองนะท่านชาย-หญิง  ขอให้ท่านนึกคิดเอาศรัทธาบารมี  ความรู้ของตนที่มีอยู่มาทำให้สมบูรณ์เถิด  อาตมาภาพอนุโมทนาด้วย  ให้อยู่ต่อ ๆ  ไปจนชีวิตสังขารธาตุถึงขั้นแตกดับเถิด  จิตใจวิญญาณของท่านเป็นสิ่งไม่ตายนั้น  จะได้เข้าสู่ความสุขความเจริญถึงซึ่งพระนิพพาน  เราจะพ้นจากสิ่งกันดารเกิด-แก่-เจ็บ-ตายจะไม่มีแก่ท่านต่อไป  ผู้จะพ้นได้ก็เพราะขันติ  ความอดทนต่อสู้ผจญมารนะท่านชาย-หญิง  เราไม่พูดเราไม่นึกคิด  ตาเห็นเราก็รู้  หูได้ยินเราก็รู้   อะไร ๆ  เราก็รู้ให้วางเฉยเสีย  ให้น้อมเอาจิตของตนเอาสิ่งไม่มีนั้นเป็นสุขอย่างยิ่ง  ให้เอาพระพุทธ  พระธรรม  พระอริยสงฆ์  ว่าเป็นที่พึ่งที่อาศัยของจิตใจของเราให้ถึงพร้อม  ให้ยึดเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ที่เรานึกคิดสุดจบแล้วนั้นเอง ฯ

 

เวลา..วันที่..ขณะนี้...

 

 

Created on..............: Sat, Jul 13, 2002

ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลครั้งหลังสุด  23/10/2562 10:27:40

ติดต่อผู้ดูแล web:  webmaster@luangpochom.com

luangpochom